ถก”ทรัมป์-คิม” เรื่องจริงหรือแค่เกม

536

 

 

เสร็จสิ้นไปแล้ว สำหรับจัดประชุมสุดยอด ครั้งประวัติศาสตร์ครั้งแรก ที่สิงคโปร์เมื่อ 12 มิถุนายน 2561 ระหว่างประธานาธิบดี สหรัฐ “โดนัลด์ ทรัมป์”อเมริกา กับนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ

โดยทั้งสอง ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นเกี่ยวกับการจัดตั้งความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯกับเกาหลีเหนือและการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนบนคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งท่วงท่าเป็นไปในลักษณะที่
ชื่นมื่น

 

 

 

การหารือทั้ง 2 ฝ่าย สามารถสรุปสาระสำคัญได้คือ “ประธานาธิบดีทรัมพ์” ให้หลักประกันในความมั่นคงแก่ “เกาหลีเหนือ” ในขณะที่ “คิม ” ก็ยืนยันว่าจะทำให้คาบสมุทรเกาหลีปลอดจากอาวุธนิวเคลียร์อย่างสมบูรณ์

 

และทั้งสองฝ่ายได้เห็นพ้องใน 4 ประเด็นดังนี้

 

Cr.China Xinhua News

 

1. สหรัฐฯและเกาหลีเหนือ มีส่วนร่วมในการสร้างความสัมพันธ์ใหม่ระหว่างสหรัฐฯกับเกาหลีเหนือตามความต้องการของประชาชนทั้งสองประเทศ เพื่อสันติภาพ

2.สหรัฐฯและเกาหลีเหนือ จะเข้าร่วมในความพยายามในการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนบนคาบสมุทรเกาหลี

3. ยืนยันตามปฏิญญาปันมุมจอมวันที่ 27 เม.ย. 2561 เกาหลีเหนือ จะให้ความสำคัญต่อการยกเลิกนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลีอย่างสมบูรณ์

4. สหรัฐและเกาหลีเหนือ เห็นพ้องว่า จะค้นหาร่างเชลยสงคราม และทหารที่สูญหาย รวมทั้งการส่งตัวผู้ที่ถูกพบแล้ว

 

 

 

 

Cr. Donald J. Trump@realDonaldTrump

 

 

นอกจากนี้ “สหรัฐฯและเกาหลีเหนือ” จะร่วมในการเจรจาต่อไปภายใต้การนำของ “นายไมค์ ปอมเปโอ” รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีเหนือโดยเร็วที่สุด เพื่อนำผล เข้าสู่การประชุมสุดยอด “สหรัฐฯ – เกาหลีเหนือ” ต่อไป

 

การหารือครั้งนี้ จึงถือเป็นประวัติศาสตร์ของโลก หลังความขัดแย้งได้สร้างความตึงเครียดมานาน บนคาบสมุทรเกาหลี จึงเชื่อว่า ต่อจากนี้โลกจะเกิดสันติภาพมากขึ้นในถูมิภาคนี้

 

สำหรับความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี เกิดขึ้นมาตั้งแต่ สงครามเกาหลี (ช่วง พ.ศ.2493-พ.ศ.2496) ซึ่งเป็นสงครามระหว่าง เกาหลีใต้ ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหประชาชาติ กับ เกาหลีเหนือ ที่ได้รับการสนับสนุนจาก “จีน”

 

สาเหตุของสงครามเกิดจาก เขตทางการเมืองของ “เกาหลี” โดยความตกลงที่ฝ่ายสัมพันธมิตรผู้ชนะกระทำเมื่อสงครามแปซิฟิกยุติ หลังคาบสมุทรเกาหลีถูกจักรวรรดิญี่ปุ่นปกครอง มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2453 จนสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุด และการยอมจำนนของจักรวรรดิญี่ปุ่นในเดือนกันยายน พ.ศ.2488 สหรัฐอเมริกัน ได้แบ่งคาบสมุทรตามเส้นขนานที่ 38 โดยกองกำลังทหารสหรัฐยึดครองส่วนใต้ และกองกำลังทหารโซเวียตยึดครองส่วนเหนือ

 

Cr.International School History

 

ความล้มเหลวในการจัดการเลือกตั้งเสรี ทั่วคาบสมุทรเกาหลีใน พ.ศ.2491 ทำให้ “เกาหลีเหนือ” ได้สถาปนาเป็นรัฐบาลคอมมิวนิสต์ ขณะที่ “เกาหลีใต้” สถาปนาเป็นรัฐบาลประชาธิปไตย โดยมีเส้นขนานที่ 38 เป็นพรมแดนทางการเมือง

 

หลังจากนั้น ได้เกิดความตึงเครียดมากขึ้น เมื่อเกิดการรบปะทะตามพรมแดนเส้นขนานที่ 38 อยู่เป็นประจำ และกลายเป็นสงครามใหญ่ เมื่อ “เกาหลีเหนือ”บุกยึดครองเกาหลีใต้ เมื่อ 25 มิถุนายน พ.ศ.2493

ทาง “สหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ “จึงผ่านข้อมติในนาม “สหประชาชาติ” ที่อนุญาตให้แทรกแซงทางทหารในเกาหลี หลังจากนั้นทหารสหรัฐอเมริกา และนานาชาติ รวมทั้งทหารไทย ได้ถูกส่งไปช่วยเหลือ “เกาหลีใต้”

ซึ่งการรุกโต้ตอบอย่างรวดเร็ว “ของสหรัฐฯและนานาชาติ” ได้ผลักดันเกาหลีเหนือผ่านเส้นขนานที่ 38 ทำให้ “จีน”อยู่ไม่ติดต้องโดดมาช่วย ทำให้ “สหรัฐฯและพันธมิตร” ต้องถอยกลับไปใต้เส้นขนานที่ 38 อีกครั้ง “สหภาพโซเวียต”ในตอนนั้น แม้จะไม่ได้ส่งทหารเข้าร่วมแต่ก็ส่ง “ยุทธปัจจัย” ช่วย

 

 

 

 

Cr.International School History

 

 

กระทั่งถึง 27 กรกฎาคม พ.ศ.2496 สงครามได้ยุติลงและได้มีการลงนามสงบศึก โดยความตกลงดังกล่าวฟื้นฟูพรมแดนระหว่างประเทศใกล้กับเส้นขนานที่ 38 และสถาปนาเขตปลอดทหารเกาหลีขึ้น แต่ได้มีความตึงเครียดกันมาถึงปัจจุบัน ก่อนที่ทั้งสองผู้นำจะนั่งโต๊ะเจรจากัน

 

ก็คาดหวังต่อจากนี้ ท่าที่ของทั้ง 2 ฝ่ายจะมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น และจะนำไปสู่สันติภาพของโลกตามมา
ถึงกระนั้นก็ตาม ยังมีการข้อสังเกตุว่า ในเรื่องนี้ ทั้งสองผู้นำกำลังเล่นเกมอะไรกัน และใครได้ใครเสีย ก็คงดูกันต่อไป แต่อย่างน้อยการมานั่งพูดคุยกันก็เป็นเรื่องที่ดีกว่าสาดอาวุธใส่กัน ครับ