ไทยแจง UNเหตุแท้จริง งดออกเสียงประณามรัสเซีย

180

 

ไปติดตามสถานการณ์ในยูเครนกันบ้าง ล่าสุด การประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่งดออกเสียง 35 ประเทศ ประเด็นการจัดลงมติประณามรัสเซียต่อกรณีการผนวก 4 ดินแดนประเทศยูเครน โดยกระทรวงกระทรวงการต่างประเทศ ร่อนเอกสารแจงเหตุ ลั่นยึดมั่นในหลักการของการเคารพในอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของรัฐ หวั่นความขัดแย้งที่ อาจผลักดันให้โลกเข้าสู่ภาวะสงครามนิวเคลียร์และการล่มสลายของเศรษฐกิจโลก เรื่องนี้น่าสนใจไปติดตามกันครับ

13 ต.ค.65 มีรายงานว่า กรณีประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ได้มีการจัดลงมติประณามรัสเซียต่อกรณีการผนวก 4 ดินแดนประเทศยูเครนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยมี 143 ประเทศจาก 193 ประเทศสมาชิก ที่ลงมติสนับสนุนข้อมติดังกล่าว ขณะที่ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่งดออกเสียง 35 ประเทศ รวมถึงจีน อินเดีย แอฟริกาใต้ ปากีสถาน สปป.ลาว

ต่อมา กระทรวงการต่างประเทศ เผยแพร่เอกสารเป็นภาษาอังกฤษ ผ่านเพจเฟซบุ๊ก เป็นคำอธิบายหลังการลงคะแนนเสียงของคณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก โดย ดร.สุริยา จินดาวงษ์ เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ต่อมติประณามรัสเซีย

โดยระบุรายละเอียดว่า เรียน ท่านประธานฯ

ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก/image source United Nations

1.ในฐานะประเทศอธิปไตยเล็ก ๆ ประเทศไทยถือกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศอันศักดิ์สิทธิ์เนื่องจากเป็นแนวป้องกันแรกและสุดท้ายของเรา เรายึดมั่นในหลักการของการเคารพในอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของรัฐอย่างชัดเจนตามที่บัญญัติไว้ในกฎบัตรสหประชาชาติ ประเทศไทยมีนโยบายที่มีมายาวนานและสม่ำเสมอมายาวนานในการต่อต้านการคุกคามหรือการใช้กำลังเพื่อต่อต้านบูรณภาพแห่งดินแดนของรัฐใดๆ และต่อการได้มาซึ่งอาณาเขตของรัฐอื่นโดยปราศจากการยั่วยุ

2.อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยเลือกที่จะงดออกเสียงในการลงมติดังกล่าว เนื่องจากเกิดขึ้นในช่วงบรรยากาศและสถานการณ์ที่ผันผวนอย่างรุนแรงและมีความอ่อนไหว และทำให้โอกาสทางการทูตในภาวะวิกฤตลดน้อยลงเพื่อให้เกิดการเจรจาต่อรองโดยสันติและปฏิบัติได้จริงต่อความขัดแย้งที่ อาจผลักดันให้โลกเข้าสู่ภาวะสงครามนิวเคลียร์และการล่มสลายของเศรษฐกิจโลก

3.เรามีความกังวลอย่างแท้จริงเกี่ยวกับการแบ่งขั้วการเมือง ที่เพิ่มขึ้นในหลักการระหว่างประเทศที่มีผลลบต่อการต่อต้านและแนวทางในการยุติสงคราม การกล่าวโทษกระตุ้นให้เกิดการขัดขืน ดังนั้นจึงลดโอกาสในการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ลงอย่างมาก

4.ประเทศไทยโศกเศร้าต่อ การทำลายล้างยูเครนทั้งทางกายภาพ สังคม และมนุษยธรรมของยูเครน และความยากลำบากที่ชาวยูเครนต้องเผชิญ ดังนั้นเราจึงเน้นย้ำถึงความจำเป็นสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดในโศกนาฏกรรมครั้งนี้ในยูเครน เพื่อลดความขัดแย้งและความรุนแรง และพยายามหาวิธีที่สงบสุขเพื่อยุติความแตกต่างโดยกล่าวถึงความเป็นจริงในทางปฏิบัติและข้อกังวลของทุกคนที่เกี่ยวข้อง ความมั่นคงของมนุษย์และสิทธิในการมีชีวิตเป็นเสาหลักที่สำคัญในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (มาตรา 3) และจนถึงปัจจุบันสิทธิดังกล่าวได้ถูกลิดรอนไปจากชาวยูเครนและผู้คนหลายล้านคนทั่วโลก เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบสูงสุดขององค์กรที่ได้รับการยกย่องนี้ในการฟื้นฟูสันติภาพและความปกติของชีวิตของชาวยูเครน ไม่ใช่ด้วยวิธีการที่รุนแรง แต่ด้วยกลไกทางการทูตที่นำมาซึ่งสันติภาพในทางปฏิบัติและยั่งยืนเท่านั้น ขอขอบคุณ

 

ครับการเมืองระหว่างประเทศนั่นมีความซับซ้ำซ้อน หากตัดสินใจผิดพลาดไปจะมีผลกระทบตามมาอย่างมหาศาล การตัดสินใจครั้งนี้ แม้จะขัดใจสหรัฐฯ และอาจจะส่งผลตามมาต่อประเทศไทย แต่การยืนอยู่บนหลักการของสหประชาชาติ นั่น จะเป็นที่พิงหลังที่ปลอดภัยที่สุดครับ