เวียดนามเยือนจีน ยกระดับความสัมพันธ์

220

 

ไปที่จีนกันบ้าง ล่าสุดเลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ได้เยือนจีน หวังส่งเสริมความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศให้สูงขึ้น นักวิชาการคาดการเยือนนี้ จะช่วยกระชับความไว้วางใจ และความสัมพันธ์ในทุกด้าน เรื่องนี้น่าสนใจไปติดตามกันครับ

31 ตุลาคม 65 สำนักข่าว vnexpress.net รายงานว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนเป็นประธานในพิธีต้อนรับ เหวียน ฝู จ่อง เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ที่ห้องโถง มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่ง ด้วยการยิงสลุต 21 นัด ต้อนรับ ในระหว่างการเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ในช่วงบ่ายของวันที่ 31 ตุลาคม

เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม และคณะเดินทางถึงกรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม เริ่มต้นการเยือนอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะคงอยู่จนถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน ตามรายงานของสื่อจีน งานนี้เป็นงานที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศให้สูงขึ้นไปอีก

ศาสตราจารย์ฟาน กิมงา นักวิจัยจากสถาบันลัทธิมาร์กซภายใต้สถาบันสังคมศาสตร์แห่งประเทศจีน ย้ำว่า เลขาธิการใหญ่ เหวียน ฝู จ่อง เป็นผู้นำต่างชาติคนแรกที่มาเยือนประเทศหลังการประชุมใหญ่ครั้งที่ 20 ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน

เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ได้เยือนจีน หวังส่งเสริมความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศให้สูงขึ้น/image source VNA,vnexpress.net 

“การเยือนของเลขาธิการ เหวียน ฝู จ่อง จะช่วยให้ทั้งสองประเทศกระชับความไว้วางใจทางการเมืองและความสัมพันธ์ในทุกด้าน” นางฟานกล่าว

นับตั้งแต่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการฑูตเมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2493 ความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนามและจีนยังคงมีแนวโน้มที่มั่นคงและเป็นบวก โดยเพิ่มสูงขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ในเดือนพฤษภาคม 2551 ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะสร้างกรอบความสัมพันธ์เวียดนาม-จีนในฐานะหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่ครอบคลุม

เวียดนามเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของจีนในอาเซียน และใหญ่เป็นอันดับที่ 6 ของจีน

ตามการระบุของกรมศุลกากรเวียดนาม ระบุ จีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของเวียดนาม มูลค่าการค้าเวียดนาม – จีนในปี 2564 สูงถึง 165,800 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 24.6% จากปีก่อนหน้า

ครับ ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับเวียดนามนั้น แม้จะมีความสัมพันธ์ทางการทูตที่ดีต่อกัน และมีการร่วมมือทางเศรษฐกิจ แต่ก็มีความไม่ไว้วางใจกันอยู่มาก เนื่องจากยังมีข้อพิพาททางทะเลกันอยู่เนืองๆ ทำให้เวียดนาม ต้องสร้างความสัมพันธ์กับประเทศมหาอำนาจอื่นๆ เพื่อคานอำนาจกับจีน เช่น ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม คาดว่า เป้าหมายใหญ่ของเวีดนามในการเยือนจีนครั้งนี้ นอกจากจะเพื่อแก้ปัญหาข้อพิพาทเรื่องดินแดนแล้ว ยังเพื่อเป้าหมายในการดึงทุนจีน อีกด้วย

ดังนั้น จึงน่าจับตามองว่า จากนี้ความสัมพันธ์ทั้ง 2 ชาติ จะเดินไปทิศทางใด